การบูชาปี่เซียะ เทพผู้รักษาทรัพย์

วันเสาร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2554

0 ความคิดเห็น

ปี่เซียะ หรือ ผีชิ่ว
หมายถึง สัตว์รูปร่างคล้ายสิงห์โต หรือเสือที่มีปีก โดยลักษณะเด่น คือ ส่วนหัวคล้ายสัตว์ในตระกูลแมว ร่างกาย กำยำและมักจะยาวกว่าปกติ ส่วนหลังมีปีก บนหัวมักมีเขาเดียว หรือ เขาคู่ บางชนิดก็ไม่มีเขา ที่ใต้คางมีเคราหรือสิ่งที่มีลักษณะคล้ายถุง
*** หมายเหตุ ในที่นี้จะขอเรียกว่า ปี่เซียะ ตามความถนัดของตนเอง

108_20080627102520.

ดังนั้น ชาวจีนจึงเชื่อว่า ปี่เซียะ เป็นสัตว์มงคลที่ช่วยปัดเป่าความโชคร้าย เมื่อไปเที่ยวพระราชวังกู้กง หรือ พระราชวังต้องห้ามในเมืองปักกิ่ง เราจะเห็น ปี่เซียะ นั่งเรียงแถวเป็นตัวที่ 5 อยู่บนหลังคาของพระตำหนักไท่เหอ สำหรับขุนนางหรือคหบดีมีอันจะกินมักนิยมตั้ง ปี่เซียะไว้หน้าประตูบ้าน ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนเป็นสิงห์โต เมื่ออิทธิพลจากตะวันตกเข้ามาสู่ประเทศจีนในสมัยราชวงศ์ชิง

know_peeseei

ปี่เซียะนั้นจัดเป็นเครื่องรางที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักกันมาแล้วกว่า 5,000 ปี ตามคติความเชื่อของชาวจีนโบราณนั้น ปี่เซียะ เป็นสัตว์มงคลที่มีฤทธิ์และอานุภาพมากไม่แพ้พญามังกร และมากกว่าสัตว์มงคลประเภทอื่นๆ เช่น สิงห์โต แต่การเรียกชื่อปี่เซียะนั้นจะมีการเรียกที่แตกต่างกันไปตามสำเนียงภาษาจีน โดยภาษาจีนกลางนั้นจะเรียกว่า “ ปี่เซียะ ” คนแต้จิ๋วเรียก “ ผีซิ่ว ” คนกวางตุ้งเรียก “ เพเย้า ” นอกจากนั้นยังมีชื่ออื่น ๆ แต่ไม่เป็นที่นิยมคือ " เถาปก " และ " ผูปอ " ในบ้านเรานิยมเรียกกันอีกอย่างว่า " กวางสวรรค์ " แต่ก็ไม่เป็นนิยมเหมือน " ปี่เซียะ "หากพิจารณาวิชาดาว 9 ยุค หรือการเดินพลังทั้ง 9 อีกนัยหนึ่งเรียก “ เก้าอิม ” หรือ “ เก้าเอี๊ยง ” ตามหลักวิชาฮวงจุ้ย กำเนิดมาจากสำนักเฮี่ยงคง นับการเดินของดาวแต่ละยุคกินระยะเวลา 20 ปี ปัจจุบันเดินเข้าสู่ดาวยุค 8 ซึ่งเริ่มก่อตัวครั้งแรกเมื่อปี 2539 เดินพลังจนสมบูรณ์ในตัวเอง เปิดเผยตนครั้งแรกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2547 เวลา 19.46 น. พลังสมบูรณ์ที่ว่านี้คือ มีอำนาจในการคำนวณพลังทุกอย่างในจักรวาล เรียกว่า " ระบบไซที (ฟ้าต้น) "

เพื่อพยากรณ์เหตุการณ์โลกและบ้านเมือง ตลอดจนทั้งฮวงจุ้ยคนเป็น และฮวงซุ้ยคนตาย ปัจจุบันการเดินถึงดาวยุค 8 (ธาตุดิน) เป็นทั้งบารมีและลาภประจำยุค ซึ่งจะต่อเนื่องยาวนานจนถึงปี 2566 โดยสัตว์ 2 ชนิดที่ถูกระบุให้เป็น…

“ สัตว์ประจำยุค ” คือ สุนัข และ ปี่เซียะ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนในยุคนี้หันมาเลี้ยงสุนัขและหันมาบูชาปี่เซียะกันมากขึ้น ตามตำนานสัตว์มงคลในเทพนิยายของจีนนั้น มีอยู่หลายประเภทคือ สิงโต กิเลน เต่า มังกร คางคก และปี่เซียะ โดยเฉพาะ

" ปี่เซียะ " นั้น จะมีลักษณะโดดเด่นกว่าสัตว์มงคลประเภทอื่น คือ หัวมังกร ตัวกวาง เล็บสิงโต ปีกนก หางแมว ไม่มีรูทวาร เป็นพาหนะของเทพ
ตำนานกล่าวถึงการกำเนิดของปี่เซียะไว้ว่า ปี่เซียะเป็นลูกตัวที่ 9 ของพญามังกร มีชื่อเดิมว่า "เทียนลก" จะกินเฉพาะเงินและทองเป็นอาหารเท่านั้น ประหนึ่ง " ทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก " นิสัยใจคอนั้นจะห้าวหาญ เปิดเผย ตรงไปตรงมา จงรักภักดี มีความซื่อสัตย์ และยังมีอานุภาพในทางกำจัดสิ่งชั่วร้าย รวมทั้งป้องกันคุณไสย มนต์ดำและผีร้ายต่าง ๆ อีกด้วย
คนจีนสมัยก่อนจึงมักเขียนภาพหรือตั้งปติมากรรมรูปปี่เซี๊ยะไว้ตามประตูบ้าน วัดและสุสานทั่วไป รวมถึงบนหลังคาพระราชวังหรือพระตำหนักต่าง ๆ เช่น วัดเส้าหลิน พระราชวังกู้กง พระตำหนักไท่เหอ ในบ้านเราที่โดดเด่นที่สุดก็ต้องที่วิหารเซียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรีในตำราสมัยฮั่นและถังต่างเขียนถึงปี่เซียะว่า เป็นสัตว์มงคลที่สามารถขจัดความชั่วร้าย
ซึ่งพบมากในสถาปัตยกรรมสมัยฮั่น (ก่อน ค.ศ. 206-ค.ศ. 220) เว่ย (ค.ศ. 220-280) จนถึงราชวงศ์เหนือใต้ (ค.ศ. 420-589) และในปัจจุบันกลายเป็นตราสัญลักษณ์ของหนันจิงเมืองหลวงเก่าในสมัยราชวงศ์เหนือใต้ อย่างไรก็ตามในจดหมายเหตุสมัยฮั่นได้ระบุว่า

ผีซิ่วเป็นรูปลักษณ์ของสัตว์มงคลที่ชาวจีนได้รับอิทธิพลมาจากเปอร์เซีย ทั้งนี้เนื่องด้วยผีซิ่วเป็นเสียงเรียกทับศัพท์ของคำว่า " Parthia " ซึ่งเป็นชื่อของราชวงศ์หนึ่งในสมัยอาณาจักรเปอร์เซีย หมายถึง สัตว์มงคลชนิดหนึ่งที่มีปีก นอกจากนั้นในภาคที่ว่าด้วยดินแดนทางประจิมทิศมีข้อความที่พูดถึงผีซิ่ว ระบุไว้ว่าในแคว้นหลีแถบเขาอูเกอซาน นั้นมีสัตว์ตระกูลนี้ปรากฏอยู่ แต่ลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อยนั่น คือ
หากมีเขาเดียวเรียกว่า " เทียนลู่ " หมายถึง กวางสวรรค์ หากมีสองเขาเรียกว่า " ปี่เซียะ " หรือ " ผีซิ่ว " โดยคำว่า " ปี่ " หรือ " ผี " นั้น แปลว่า ปิด เร้นลับ หลบซ่อน คำว่า " ปี่เซียะ " หรือ "ซิ่ว" คือ อาถรรพณ์ สิ่งไม่ดี คุณไสย ภูติปีศาจคำว่าปี่เซี๊ยะ หรือ ผี่ชิว จึงแปลได้ว่า ขจัดอาถรรพณ์ต่าง ๆ

Pixiu1
ในการบูชาปี่เซี๊ยะ จะมีด้วยกัน 2 แบบ คือ
" บูชาแบบเดี่ยว " และ " บูชาเป็นคู่ "
ลักษณะของปี่เซียะที่บูชาเดี่ยว ตามตำราโบราณกล่าวว่า
ปี่เซียะที่ถูกต้องตามลักษณะนั้น จะต้องมีลักษณะ 9 ประการคือ
1. อ้าปาก (รับทรัพย์)
2. หางยาว (กวักโชคลาภ)
3. ยกหัว (ข่มศัตรู)
4. เท้าตะปบเงิน (รักษาทรัพย์)
5. ก้าวขา (ก้าวหน้า)
6. ลิ้นยาว (ตวัดโชคลาภเงินทอง)
7. องอาจ (น่าเกรงขาม)
8. ไม่มีรูทวาร (ทรัพย์มีแต่เข้าไม่มีออก)
9. บั้นท้ายใหญ่ (เก็บทรัพย์ได้มาก)

ส่วนปี่เซี๊ยะที่บูชาเป็นคู่
จะมีลักษณะที่เป็นมงคลของปี่เซียะไว้ 12 ประการ คือ
1. หน้าดุ เขี้ยวแหลม หมายถึง การป้องกันสิ่งอัปมงคลต่างๆ
ไม่ให้มาแผ้วพานต่อทรัพย์สินของผู้ที่มีไว้บูชา
2. ตัวคล้ายกวาง (ส่วนหลัง) หมายถึง ความแคล่วคล่องว่องไว
เจริญรุ่งเรือง มีคุณธรรม
3. เท้าเหมือนราชสีห์ ก้าวไปข้างหน้าอย่างองอาจ หมายถึง
ความมีอำนาจ หนักแน่น มั่นคง
4. กำยำล่ำสัน หมายถึง ความมีสุขภาพแข็งแรง ทรงพลัง
5. ตามองฟ้า หมายถึง มองการณ์ไกล มุ่งมั่น
ที่จะไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
และความกระตือรือร้นในการทำมาหากิน
6. ปีกสองข้าง หมายถึง ความสง่างามมีเสน่ห์ โดดเด่นกว่าผู้อื่น
7. เขาลักษณะงอเป็นตาขอ หมายถึง ความน่าเกรงขาม
8. เคราสองข้าง หมายถึง อายุยืน
9. หูสองข้างกลมปลายเรียว หมายถึง ความหนักแน่นไม่หูเบา
ไม่หวั่นไหวต่อการนินทาว่าร้าย
10. หางพวงเหมือนหางแมว หมายถึง ความอ่อนโยน มีเสน่ห์ สามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์
11. เอวคอด สะโพกใหญ่ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ ความร่ำรวย
12. ยืนย่อตัวเล็กน้อย หมายถึง ความอ่อนน้อมถ่อมตัว ไม่เย่อหยิ่ง เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังที่พร้อมจะโลดแล่นไปข้างหน้า เพื่อที่จะทะยานสู่ความสำเร็จอย่างรวดเร็ว


ปี่เซียะตัวผู้ >> ก้าวขาซ้าย มีลักษณะตัวเล็กและเพรียว เขาสั้น
เพราะตัวผู้มีหน้าที่หาทรัพย์ จึงต้องมีลักษณะ ปราดเปรียวว่องไว จึงจะหาทรัพย์ได้มาก
ปี่เซียะตัวเมีย >> ก้าวขาขวา มีลักษณะตัวอวบใหญ่ เพราะตัวเมียมีหน้าที่ให้กำเนิดบุตร และเฝ้าทรัพย์จึงต้องมีรูปร่างที่ใหญ่ เขายาวน่าเกรงขามเพื่อพิทักษ์ทรัพย์ ทั้งยังแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งอีกด้วย

01020403

การนำเทพปี่เซียะไปบูชา
วันแรกควรปฏิบัติดังนี้
1. ไหว้พระพุทธรูปในบ้าน บอกกล่าวว่าจะนำเทพปี่เซียะเข้ามาบูชาเพื่อเรียกโชคลาภ ดูแลทรัพย์สิน
2. ไหว้พระภูมิเจ้าที่ หรือ ตี่จู๋เอี๊ย บอกกล่าวว่า จะนำเทพปี่เซียะเข้ามาบูชาเพื่อเรียกโชคลาภ ดูแลทรัพย์สิน
3. จุดธูปกลางแจ้ง 7 ดอก บอกกล่าวเทพปี่เซียะ
อัญเชิญให้มาอยู่ในเคหะสถานของเรา ช่วยเรียกโชคลาภ ทรัพย์สิน เงินทอง ขอให้มีอำนาจบารมี เป็นที่เคารพยำเกรง และมีเสน่ห์ เป็นที่เมตตา เอ็นดูจาผู้หลักผู้ใหญ่ ให้อำนวยความสะดวกราบรื่นในหน้าที่การงาน ครอบครัวมีความสมบูรณ์พูนสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ พ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง
4. เมื่อนำเทพปี่เซียะตั้งในตำแหน่งที่เป็นมงคล และไหว้ด้วยส้ม 4 ผล
5. กลางคืนผู้บูชาสวดมนต์ (บทที่สวดได้) หน้าพระพุทธรูป นั่งสมาธิ
(ทำจิตให้สงบ) ทำติดต่อกัน 3 คืน หลังจากนั้นไหว้พระสวดมนต์
นั่งสมาธิ และปล่อยสัตว์ บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ป่วยอนาถาตามโรงพยาบาล ตามโอกาส

spd_20071025184851_b

อานิสงส์ของการบูชา
กล่าวโดยสรุปแล้วความเชื่อในการบูชาปี่เซียะมีดังนี้
1. ทรัพย์มีแต่เข้า ไม่มีออก
2. ขจัดอาถรรพ์ กำจัดปีศาจ และป้องกันสิ่งชั่วร้าย
3. การค้าก้าวหน้า ธุรกิจร่ำรวย รายได้ดี
4. โชคดี มีโชคลาภ เงินทอง
5. สุขภาพร่างกายแข็งแรง
6. นำมาซึ่งเกียรติยศชื่อเสียง
7. ครอบครัวมีแต่ความสุข
8. รุ่งเรืองในทุกๆด้าน โดยเฉพาะการเสี่ยงโชค และค้าขาย
ประเด็นสุดท้ายที่ขอกล่าวไว้ ณ ที่นี้
สำหรับผู้ที่จะบูชาปี่เซียะก็คือ
***ปี่เซียะเป็นสัตว์มงคลที่ได้รับความเคารพเยี่ยงเทพองค์หนึ่งเช่นกัน และเป็นของเฉพาะบุคคล (ผู้บูชา) เท่านั้น ดังนั้นเมื่อบูชาแล้วห้ามยกให้ใครเป็นอันขาด

footer168

สวม "แหวน" นิ้วไหนมีโชคด้านไหน

วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

0 ความคิดเห็น
images_1-161756

อยากให้ความรักมั่นคง
ให้สวมแหวน “ นิ้วนางข้างซ้าย ”

อยากมีโชคในเรื่องความรัก
ให้สวมแหวน “ นิ้วก้อยข้างซ้าย ”

อยากให้ใครคนนั้นสนใจ
ให้สวมแหวน “ นิ้วชี้ข้างซ้าย ”

อยากโชคดีและมีความราบรื่นในด้านต่าง ๆ
ให้สวมแหวน “ นิ้วนางข้างขวา ”

อยากมีเสน่ห์คนชอบมาก ๆ
ให้สวมแหวน “ นิ้วหัวแม่มือ (ข้างไหนก็ได้) ”

อยากปลอดภัยจากความชั่วร้าย
ให้สวมแหวน “ นิ้วกลาง (ข้างไหนก็ได้) ”

อยากมีโชคทางการเงิน
ให้สวมแหวน “ นิ้วกลางข้างขวา ”

อยากมีเสน่ห์
ให้สวมแหวน “ นิ้วก้อยข้างขวา ”


footer168

เลือกสีกระเป๋าสตางค์ตามวันเกิด

0 ความคิดเห็น

รู้หรือเปล่า? แค่เลือกสีกระเป๋าสตางค์ให้ถูกกับวันเกิด ก็สามารถทำให้คุณรวยได้นะ

p10101201

คนเกิดวันอาทิตย์
คุณ ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์สีฟ้า สีดำ หรือกระเป๋าที่ทำมาจากหนังของสัตว์ทะเลค่ะ ส่วนสีที่คุณควรใช้คือ สีในโทนส่วาง หรือจะเป็นสีน้ำตาลหรือสีเขียว อันนี้ก็โอเคเลย

คนเกิดวันจันทร์
กระเป๋า สตางค์สีแดงหรือกระเป๋าสตางค์ที่ทำมาหนังสัตว์ 2 แบบนี้คุณควรหลีกเลี่ยงไปเลย ส่วนสีที่เหมาะกับคุณมากที่สุดก็คือ สีน้ำตาลหรือสีม่วง

คนเกิดวันอังคาร
สี น้ำตาลและสีครีม 2 สีนี้เป็นสีที่ไม่เหมาะกับคนเกิดวันอังคาร และอีกอย่างที่ต้องห้ามก็คือ กระเป๋าที่ทำมาจากหนังสัตว์ ส่วนสีที่ถูกโฉลกกับคุณก็คือ สีชมพู สีแสด และสีส้ม 3 สีนี้ก็คงจะถูกใจสาวๆ นะ

คนเกิดวันพุธ
สำหรับ คนเกิดวันพุธก็มีสีต้องห้ามอยู่ 2 สีคือ ดำและชมพู และไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ทำมาจากหนัง โดยเฉพาะสัตว์ปีก ส่วนสีของกระเป๋าสตางค์ที่เหมาะกับคุณก็คือ สีเขียวครีมและน้ำตาล

คนเกิดวันพฤหัสบดี
สำหรับ คนเกิดวันพฤหัสบดีมีสีต้องห้ามอยู่สีเดียวคือ สีดำ และขนาดของกระเป๋าจะต้องไม่ใหญ่เกินไป เลือกชนิดมีช่องใส่พอประมาณค่ะ ส่วนสีที่เหมาะก็คือสีแดงหรือส้ม

คนเกิดวันศุกร์
สี ของกระเป๋าสตางค์ที่ต้องห้ามสำหรับคนเกิดวันศุกร์ก็คือ สีดำ หรือสีทึมไม่สดใส แล้วก็ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์ที่ดูแปลกจนเกินไป เพราะจะทำให้คุณเก็บเงินไม่อยู่ ส่วนสีที่ควรใช้ก็คือ สีฟ้าและสีชมพู

คนเกิดวันเสาร์
คุณ ไม่ควรใช้กระเป๋าสตางค์สีเขียวหรือน้ำตาล และต้องพยามยามเลือกแบบที่ไม่เก่าเร็ว ต้องแลดูใหม่อยู่เสมอ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ คนเกิดวันเสาร์ต้องซื้อกระเป๋าสตางค์บ่อยกว่าคนกิดวันอื่น เราะถ้าคุณปล่อยกระเป๋าสตางค์ของคุณเก่าขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็ เมื่อนั้นจะทำให้ไม่มีโชคลาภ ส่วนสีที่เหมาะกับคุณก็คือสีฟ้าหรือสีม่วง

footer168

การใช้สีสำหรับวันเกิดและสีที่ถูกโฉลก

0 ความคิดเห็น

การใช้สีสำหรับวันเกิดและสีที่ถูกโฉลก

วัน

สีประจำวันเกิด

สีที่เป็นเดช

สีที่เป็นศรี

สีกาลกิณี

อาทิตย์

ส้ม,แดง

ชมพู

เขียว

น้ำเงิน

จันทร์

ขาว,สีนวล

เขียว

ดำ

ส้ม

อังคาร

ชมพู,ม่วงแดง

ดำ

เหลือง

ขาว

พุธ กลางวัน

เขียว

เหลือง

เขียวอ่อน

ชมพู

พฤหัสบดี

เหลือง

น้ำเงิน

ส้ม

ดำ

ศุกร์

น้ำเงิน,ฟ้า

ขาว

ชมพู

เขียวอ่อน

เสาร์

ดำ,ม่วงแก่

เขียวอ่อน

น้ำเงิน

เขียว

พุธ (กลางคืน)

เขียวอ่อน

ส้ม

ขาว

เหลือง

สีที่ถูกโฉลกตามวันเกิด และสีของเครื่องแต่งกายหรือเสื้อผ้าที่ถูกโฉลกตามวันเกิด

1. คนเกิดวันอาทิตย์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ได้แก่ สีเขียวสด สีเขียวแก่ สีขาว สีชมพู
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ ได้แก่ สีฟ้า สีน้ำเงิน

2. คนเกิดวันจันทร์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ได้แก่ สีเขียวสด สีม่วงอ่อน สีม่วง
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันจันทร์ ได้แก่ สีแดง

3. คนเกิดวันอังคาร
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร ได้แก่ สีม่วง สีแดง สีแสด
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันอังคาร ได้แก่ สีเหลือง สีขาว

4. คนเกิดวันพุธ
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ ได้แก่ สีเขียว สีเหลืองอ่อน สีเหลืองแก่
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพุธ สีชมพู

5. คนเกิดวันพฤหัสบดี
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ได้แก่ สีน้ำเงิน สีฟ้า สีเขียวสด สีแดง
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี ได้แก่ สีม่วงอ่อน สีม่วงแก่

6. คนเกิดวันศุกร์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ได้แก่ สีเหลือง สีชมพูอ่อน สีแสด
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันศุกร์ ได้แก่ สีเขียวแก่

7. คนเกิดวันเสาร์
สีที่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ ได้แก่ สีเขียวจัด สีเขียวเข้ม สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีฟ้า สีชมพู สีน้ำตาล
สีที่ไม่นิยมนำมาใช้สำหรับผู้ที่เกิดวันเสาร์ ได้แก่ สีเขียวอ่อน สีเขียวสด

footer168
 

Posts Comments

©2006-2010 ·TNB